ที่ 1/2554                                                                                             http://buddhatalk.exteen.com
                                                                              9 มกราคม 2554
           ตามที่ บล็อคเกอร์ บลู เลอสง่า ได้ก่อตั้ง http://buddhatalk.exteen.com เพื่อโพสต์งานเขียนอิงพุทธวจนะ เผยแผ่คำพูดที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า บนพื้นที่สาธารณะชื่อ www.exteen.com เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 นั้น
           บลู เลอสง่า ขอเรียนว่า บัดนี้ ใกล้ครบระยะเวลา 1 ปีที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่คำพูดที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า มีส่วนร่วมในการถามตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกัลยาณมิตรมากมาย และเพื่อให้ผมสามารถสื่อสารกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผมจึงได้สมัคร facebook เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ง่ายขึ้น ในชื่อ บลู เลอสง่า โดยเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านงานเขียนหรือแสดงความเห็นสามารถเข้าไปพิมพ์คำว่า บลู เลอสง่า แล้วติดตามการเคลื่อนไหวของผมได้ เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะ ยินดีต้อนรับครับ
            จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอความร่วมมือเพื่อน ๆ เข้ามาร่วมกันเป็นเครือข่ายเผยแผ่พุทธวจนะกันในนามมัคคานุคา หรือ ผู้เดินตามตถาคต จะขอบคุณมาก
                                                                               ขอแสดงความนับถือ
                                                                                     บลู เลอสง่า
                                                                              ผู้ก่อตั้ง buddhatalk

edit @ 9 Jan 2011 14:11:38 by บลู เลอสง่า

edit @ 9 Jan 2011 14:21:35 by บลู เลอสง่า

...อะเงิน ไปเอามันออก...
...แกจะปล่อยมารหัวขนนี่ไว้ทำไมเนี้ย อนาคตยังอีกยาวไกลนะเว้ย คิดดี ๆ...
...คนไม่เป็นเหมือนแก ไม่รู้หรอกว่า มันทรมานแค่ไหน ชั้นเข้าใจดี เพราะชั้นก็ผ่านมาแล้ว ไปรีดออกเถอะ...
...ยังไงก็พลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำ ๆ ไป อย่าไปคิดอะไรมาก ในเมื่อมันจำเป็น...

ใครจะคิดอย่างไร กับความเห็นเหล่านี้ ก็สุดแท้แต่ สำหรับตัวเอง หงุดหงิดใจ เป็นที่สุด

เพราะแต่ไหนแต่ไร เมื่อมีการยกประเด็นเรื่อง การทำแท้ง ขึ้นถกกัน ผมมักจะเป็นฝ่ายข้างน้อยที่ลงความเห็นในทางปฏิเสธ โดยอ้างเหตุผลแค่ศีลข้อที่ 1 จากศีลทั้งหมด 5 ข้อ

และแม้ว่า จะโดนโน้มน้าวด้วยการให้เหตุผลแบบโลก ๆ มากมายขนาดไหน ผมก็ยังยืนกรานอย่างหัวดื้อในความเห็นของตัวเองเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ยิ่งเล่าเรียนพุทธวจนะ ก็ยิ่งมีความเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีกว่า

ความจำเป็นต่าง ๆ นานา หาใช่เหตุผลที่ทรงคุณค่าเพียงพอที่ชีวิตหนึ่งซึ่งอาจจะผ่านความผิดพลาดใด ๆ มาก็ตาม มีสิทธิเลือก ความตาย ให้กับอีกชีวิตหนึ่ง ซึ่งกำลังจะคลอดออกมาลืมตาดูโลก แต่ทว่าตายเสียก่อน

และด้วยเหตุที่ชีวิตในครรภ์มารดานี้ มิใช่กำเนิดเดรัจฉาน ทว่าเป็นมนุษย์ ก็ยิ่งต้องใคร่ครวญพิจารณาให้หนักขึ้นอีกหลายเท่า เพราะการเกิดเป็นมนุษย์ มิใช่เรื่องง่าย อย่างการเกิดเป็นสัตว์เหล่าอื่น ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร

ฝุ่นนิดหนึ่งที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้ กับมหาปฐพีนั้น ข้างไหนจะมากกว่ากัน ?

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดินที่มากกว่า
ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้ เป็นของมีประมาณน้อย

ฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพี ย่อม...
ไม่ถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้
ไม่เข้าถึงแม้ซึ่งกะละภาค (ส่วนเสี้ยว)

ภิกษุทั้งหลย !
อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น

สัตว์ที่เกิดกลับมาสู่หมู่มนุษย์ มีน้อย
สัตว์ที่เกิดกลับเป็นอย่างอื่นจากหมู่มนุษย์ มีมากกว่าโดยแท้
 

ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้น เพราะความที่สัตว์เหล่านั้นไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่
...

มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๗๘/๑๗๕๗

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
สมมติว่ามหาปฐพีอันใหญ่หลวงนี้ มีน้ำทั่วถึงเป็นอันเดียวกันทั้งหมด

 

บุรุษคนหนึ่งทิ้งแอก(ไม้ไผ่ !) ซึ่งมีรูเจาะได้เพียงรูเดียว ลงไปในน้ำนั้น

ลมตะวันออกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันตก
ลมตะวันตกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันออก
ลมทิศเหนือพัดให้ลอยไปทางทิศใต้
ลมทิศใต้พัดให้ลอยไปทางทิศเหนือ

อยู่ดังนี้

 

ในน้ำนั้นมีเต่าตัวหนึ่งตาบอด ล่วงไปร้อย ๆ ปีมันจะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๆ

 

ภิกษุทั้งหลาย !
เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร

จะเป็นไปได้ไหมที่เต่าตาบอด ร้อยปีจึงจะผุดขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรู ซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น ?

 

ข้อนี้ ยากที่จะเป็นไปได้ พระเจ้าข้า !
ที่เต่าตาบอดนั้นร้อยปีผุดขึ้นเพียงครั้งเดียว
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรู ซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น

 

ภิกษุทั้งหลาย !
ยากที่จะเป็นไปได้ฉันเดียวกันที่...

ใคร ๆ จะพึงได้ความเป็นมนุษย์
ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะจะเกิดขึ้นใน
ธรรมวินัยอันตถาคตประกาศแล้วจะรุ่งเรืองไปทั่วโลก

มหาวาร. ส°. ๑๙/๕๖๘/๑๗๔๔ 

 

และโดยอุปมาทำนองเดียวกัน ก็สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

 

ภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนบุรุษทิ้งแอก (ไม้ไผ่ ?) ซึ่งมีรูอยู่เพียงรูเดียว ลงไปในมหาสมุทร

 

ในมหาสมุทรนั้น มีเต่าตาบอดตัวหนึ่ง ล่วงไปร้อยปี ๆ จะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๆ

 

ภิกษุทั้งหลาย !
เธอจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร
จะเป็นไปได้ไหม ที่เต่าตาบอดตัวนั้น ล่วงไปร้อยปี ๆ จึงผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๆ
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรูซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น ?

 

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ข้อนั้นจะเป็นไปได้บ้าง ก็ต่อเมื่อล่วงกาลนานยาวในบางคราว

 

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อที่ เต่าตาบอด ตัวนั้น ล่วงไปร้อยปี ๆ จึงผุดขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง ๆ
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรูซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น

 

ยังจะเร็วเสียกว่า การที่คนพาลซึ่งเข้าถึงการเกิดเป็นวินิบาตแล้ว จักได้ความเป็นมนุษย์สักครั้งหนึ่ง

 

ข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้นเพราะเหตุว่าในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาตนั้น…
ไม่มี...
ธัมมจริยา
สมจริยา
กุสลกิริยา
บุญญกิริยา
มีแต่การเคี้ยวกินซึ่งกันและกัน  

ภิกษุทั้งหลาย !
การที่สัตว์มีกำลังมากกว่าเคี้ยวสัตว์ที่มีกำลังน้อยกว่า
ย่อมเป็นไป เป็นธรรมดาในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาตนั้น

 

ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้น เพราะความที่ไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่
...

มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๖๘/๑๗๔๓

นั่นเป็นเพราะความที่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งได้แก่ สัตว์นรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย ไม่สามารถเห็นอริยสัจทั้ง 4 ด้วยปัญญาอันถูกต้อง จนสามารถหลุดพ้นออกไปจากสังสารวัฏฏ์ได้เหมือนอย่าง เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
 
แล้วจะเหลือเหตุผลใด ๆ ในการอ้าง ความจำเป็น เพื่อฆ่าชีวิตมนุษย์ที่เกิดใหม่ อีกละหรือ ?

เพราะแม้กระทั่งสิกขาบทในพระปาฏิโมกข์ การฆ่ามนุษย์ ก็ถือเป็นอาบัติที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขนาดที่เป็นเหตุให้พระสงฆ์ขาดซึ่งความเป็นสมณะไปโดยปริยาย ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสว่า

โย ปะนะ ภิกขุ สัญจิจจะ มะนุสสะวิคคะหัง ชีวิตา.....

 

อนึ่ง ภิกษุใด...
จงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือ
แสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือ
พรรณนาคุณแห่งความตาย หรือ
ชักชวนเพื่ออันตาย

ด้วยคำว่า
แน่ะนายผู้เป็นชายจะประโยชน์อะไรแก่ท่าน
ด้วยชีวิตอันแสนลำบาก ยากแค้นนี้
ท่าน