โปรดเลื่อนลงมาสักนิดครับแล้วจะอ่านข้อความได้ !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เผย ! 6 มูลเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท
เผย...วงจรอุบาทว์ "ความรุนแรง"


เพลงชาติและธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย
เวลา 8 นาฬิกา



ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยร่วมหมายรักสามัคคี...

แม้เสียงเพลงชาติจะจบลงเพียงไม่กี่นาทีหลังจากเวลา 8 นาฬิกาของทุกวันและเริ่มต้นดังขึ้นอีกครั้งหลังจาก 8 ชั่วโมงผ่านไปก็ตาม ทุกวันนี้ ความรักและความสามัคคี ก็มิได้แพร่กระจายไปยังทั่วทุกตามรางนิ้วของประเทศแต่อย่างใด

 

ในทางกลับกัน ความเกลียดชังและการทะเลาะวิวาท ต่างหาก ที่กำลงทำหน้าที่แพร่ขยายไปยัง
ทั่วทุกหย่อมหญ้า ทุกหัวระแหง ณ ที่ใดก็ตาม ที่คนไทยมีความเห็นแตกต่าง (ทางการเมือง)

 

คนละเรื่องเดียวกัน ย้อนไปในสมัยพุทธกาล ณ โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายทะเลาะกันและกันด้วยหอก คือ ปาก ภิกษุรูปหนึ่งจึงทูลขอร้องให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไประงับเหตุ

 

ภิกษุทั้งหลาย ! พอที พวกเธอทั้งหลาย
อย่าหมายมั่นกันเลย
อย่าทะเลาะกันเลย
อย่าโต้เถียงกันเลย
อย่าวิวาทกันเลย
(ดังนี้ถึง ๒-๓ ครั้ง)

 

เมื่อตรัสอย่างนี้แล้ว มีภิกษุบางรูปทูลขึ้น

 

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นธรรมสามี !

ขอพระองค์จงหยุดไว้เถิด พระเจ้าข้า !
ขอจงทรงขวนขวายน้อยเถิด พระเจ้าข้า !

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ! ขอจงทรงประกอบ ในสุขวิหารในทิฏฐธรรม อยู่เถิด พระเจ้าข้า !

 

 

พวกข้าพระองค์ทั้งหลายจักทำให้เห็นดำเห็นแดงกัน
ด้วยการหมายมั่นกัน
ด้วยการทะเลาะกัน
ด้วยการโต้เถียงกัน

ด้วยการวิวาทกัน
อันนี้เองดังนี้

 

...ภายหลังภัตตกาล กลับจากบิณฑบาตแล้ว พระองค์ทรงเก็บบริกขารขึ้นมาถือไว้แล้วประทับยืน ตรัสคาถาประณามภิกษุเหล่านั้นว่า

 

คนไพร่ ๆ ด้วยกัน ส่งเสียงเอ็ดตะโร แต่หามีคนไหน สำคัญตัวว่า เป็นพาลไม่

เมื่อหมู่แตกกัน ก็หาได้มีใครรู้สึกเป็นอย่างอื่นให้ดีขึ้นไปกว่านั้นได้ไม่

 

พวกบัณฑิตลืมตัว สมัครที่จะพูดตามทางที่ตนปรารถนาจะพูดอย่างไร ก็พูดพล่ามไปอย่างนั้น หาได้นำพาถึงกิเลสที่เป็นเหตุแห่งการทะเลาะกันไม่

 

พวกใด ยังผูกใจเจ็บอยู่ว่า
ผู้นั้นได้ด่าเรา ได้ทำร้ายเรา ได้เอาชนะเรา ได้ลักทรัพย์ของเรา
เวรของพวกนั้น ย่อมระงับไม่ลง

 

พวกใด ไม่ผูกใจเจ็บว่า
ผู้นั้นได้ด่าเรา ได้ทำร้ายเรา ได้เอาชนะเรา ได้ลักทรัพย์ของเรา
เวรของพวกนั้น ย่อมระงับได้

 

ในยุคไหนก็ตาม
เวรทั้งหลายไม่เคยระงับได้ด้วยการผูกเวรเลย
แต่ ระงับได้ด้วยไม่มีการผูกเวร

ธรรมนี้เป็นของเก่าที่ใช้ได้ตลอดกาล

 

คนพวกอื่นไม่รู้สึกว่า

พวกเราจะแหลกลาญก็เพราะเหตุนี้

 

พวกใดสำนึกตัวได้ในเหตุที่มีนั้น ความมุ่งร้ายกันย่อมระงับได้เพราะความรู้สึกนั้น

 

ความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (ในการทำตามกิเลส) ยังมีได้แม้แก่พวกคนกักขฬะเหล่านั้นที่ปล้นเมืองหักแข้งขาชาวบ้าน ฆ่าฟันผู้คนแล้วต้อนม้า โค และขนเอาทรัพย์ไป

 

แล้วทำไมจะมีแก่พวกเธอไม่ได้เล่า ?...”