นับวันภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นมากมายหลายแห่งทั่วโลก และความมากมายที่ว่า ก็แสดงนัยยะทางสถิติให้เห็นอย่างชัดเจน อาจจะชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้มนุษย์ร่วมกันตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิตมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ต้นปี 2553 ภัยพิบัติที่ชื่อว่า แผ่นดินไหว มีความถี่ในการเกิด เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มขึ้นครั้งแรกที่...         

Yunnan China 5.1 ริคเตอร์ ครั้งแรกในรอบปี
และที่รุนแรงที่สุด ณ ขณะนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่
2010-01-12 เวลา 21:53:11 คือ
แผ่นดินไหวที่
Haiti Region 7.2 ริคเตอร์

...จนกระทั่งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 2010-04-30 เวลา 06:09:26 ก็ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่
Chile-Argentina Border Region 4.4 ริคเตอร์
(ข้อมูลจาก http://geofon.gfz-potsdam.de/db/eqinfo.php)

และครั้งต่อ ๆ ไป คนไทยอาจจะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่บ้างก็เป็นไปได้ เพียงแต่ไม่สามารถทราบได้ล่วงหน้าถึงวัน ว. เวลา น.

ทั้งนี้ เพราะนักวิทยาศาสตร์กล่าวเพียงว่า ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเพราะ...

นั่นเป็นขีดจำกัดของมนุษย์ ทว่าความเป็นจริง มีเรื่องราวอีกมากมายที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจและอธิบายได้ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หนึ่งในนั้นก็คือ

อะไรเป็นเหตุปัจจัยทั้งหมดที่ทำให้ปรากฏการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวง นอกจากสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์รู้

แม้นักวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถหาคำตอบนั้นได้ แต่นั่นก็ใช่ว่า เราจะไม่มีโอกาสรู้คำตอบได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยที่สุดเราก็มีพระสุคตเป็นที่พึ่ง แล้วพระสุคตคือใครละภิกษุทั้งหลาย ! พระสุคตนั้น คือใครเล่า ?
         
คือ
ตถาคตบังเกิดขึ้นในโลกนี้

เป็นพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้ชอบเอง
ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
เป็นผู้ไปดี
รู้แจ้งโลก


นี้คือ พระสุคต อีกชื่อหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เช่นเดียวกับพุทธวจนะที่ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นพระองค์ยืนยันความสามารถ(อันไม่มีข้อจำกัด)ในการรู้แจ้งโลกว่า

ภิกษุทั้งหลาย !
สิ่งใด ๆ และ
สิ่งอันเป็นวิสัยโลกต่างๆ ที่

ชาวโลก
รวมทั้งเทวดา มาร พรหม หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาร่วมกับมนุษย์...
ได้พากันเห็น
ได้ยิน
รู้รส
รู้สึก
รู้แจ้ง
พบปะ
แสวงหากัน
คิดค้นกัน
แล้ว

สิ่งนั้น ๆ...
เราก็รู้จัก
เราได้รู้แจ้งแล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง
เป็นที่แจ่มแจ้งแก่ตถาคต

ไม่อาจเข้าไป (ติดอยู่ในใจของ) ตถาคต

สิ่งนั้นๆ เราพึงกล่าวได้ว่า
เรารู้จักมันดี

มันจะเป็นการมุสาแก่เรา ถ้าเราจะพึงกล่าวว่า
เรารู้จักบ้าง
ไม่รู้จักบ้าง

และมันจะเป็นการมุสาแก่เราเหมือนกัน ถ้าเราจะพึงกล่าวว่า
เรารู้จักก็หามิได้

ไม่รู้จักก็หามิได้
ข้อนั้นมันเป็นความเสียหายแก่เรา

และด้วยความสามารถ(อันไม่มีข้อจำกัด)ในการรู้แจ้งโลกนี่แหละ คือ ที่มาของคำตอบนี้ ดังพุทธวจนะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้แก่พระอานนท์
ที่ปาวาลเจดีย์

ดูก่อนอานนท์ ! เหตุปัจจัยที่ทำให้ปรากฏการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวง มีอยู่แปดประการ

๘ ประการเป็นอย่างไรเล่า
?
ดูก่อนอานนท์
!

แผ่นดินใหญ่ตั้งอยู่บนน้ำ

น้ำตั้งอยู่บนลม
ลมตั้งอยู่บนอากาศ

สมัยนั้นลมพายุพัดจัด ลมพายุพัดให้น้ำไหว น้ำไหวแล้วทำให้แผ่นดินไหว

อานนท์
! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบหนึ่งแห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ดูก่อนอานนท์ !
สมณะ
หรือพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์บรรลุความชำนาญทางจิต หรือ
เทวดาผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก

เจริญปฐวีสัญญานิดหน่อย เจริญอาโปสัญญาหาประมาณมิได้
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์
! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบสองแห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ดูก่อนอานนท์ !
เมื่อใด โพธิสัตว์จุติจากหมู่เทพชั้นดุสิต มีสติสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์
! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบสามแห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ดูก่อนอานนท์ !
เมื่อใด โพธิสัตว์ มีสติสัมปชัญญะ ออกจากท้องแห่งมารดา
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์
! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบสี่แห่งการปรากฏการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ดูก่อนอานนท์ !
เมื่อใด ตถาคตได้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่ง อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์ ! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบห้า แห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ดูก่อนอานนท์ !
เมื่อใด ตถาคตย่อมยังธรรมจักร อันไม่มีจักรอื่นยิ่งกว่าให้เป็นไป
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์
! นี้แล เป็นเหตุปัจจัยคำรบหก แห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ดูก่อนอานนท์ !
เมื่อใด ตถาคต มีสติสัมปชัญญะ ปลงอายุสังขาร
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์
! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบเจ็ดแห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

อานนท์ !
เมื่อใด ตถาคตปรินิพพาน ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ
เมื่อนั้น แผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้าน

อานนท์ ! นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบแปดแห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง

ความจริงทั้งแปดประการนี้ คือ ความรู้จากพุทธวจนะ จากพระโอษฐ์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง มิใช่ความรู้จากคำกล่าวสาวกหรืออรรถกถาที่คนจำนวนไม่น้อยใส่ใจเล่าเรียน ปฏิบัติตามและพยายามเผยแผ่ออกไปให้ไกลในฐานะลูกศิษย์ของสำนักนั้น นี้ โน้น อย่างภาคภูมิใจ

โดยลืมไปว่าพระสุคตหรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เป็นสารถีฝึกคนควรฝึก ไม่มีใครยิ่งกว่า

เป็นครูของเทวดาและมนุษย์
เป็นผู้เบิกบานแล้วจำแนกธรรมออกสอนสัตว์

ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ไม่มีในสาวกรูปใด ๆ ไม่ว่าจะเลิศในทางปัญญาครั้งพุทธกาลหรือปัจจุบันกาลก็ตาม

กล่าวอย่างสั้นที่สุด ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นเพราะ...
ธาตุลมและธาตุดินกำเริบ
ผู้มีฤทธิ์ทำอิทธิปาฏิหาริย์ และ
โพธิสัตว์-ตถาคตแสดงพฤติกรรมสำคัญ

แต่กระนั้น แม้จะทราบความจริงดังกล่าว ก็ใช่ว่า เราจะสามารถดับเหตุแห่งการเกิดของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้

ก็เมือเราไม่สามารถ...
         
ห้ามมิให้แผ่นดินไหวได้ ใช่
รู้วันตายของตัวเอง ใช่
รู้ได้ว่าจะตายเพราะอะไร ก็ใช่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ นั่นคือ ทำอย่างไรจึงจะไม่ตาย เอ๊ะ
! แล้วความไม่ตายคืออะไรละ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! มีคำกล่าวกันอยู่ว่า"อมตะ อมตะ (ความไม่ตาย ๆ)"ดังนี้

อมตะ เป็นอย่างไรเล่า พระเจ้าข้า
? และ
หนทางให้ถึงซึ่งอมตะ (อมตคามิมคฺค) คืออะไร พระเจ้าข้า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ความสิ้นแห่ง...
ราคะ
โทสะ
โมหะ
นี้เรียกว่า อมตะ

อริยอัฏฐังคิกมรรคนี้นั่นแหละ คือ หนทางให้ถึงซึ่งอมตะ (ความไม่ตาย) ได้แก่
สัมมาทิฏฐิ
สัมมาสังกัปปะ
สัมมาวาจา
สัมมากัมมันตะ
สัมมาอาชีวะ
สัมมาวายามะ
สัมมาสติ
สัมมาสมาธิ

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะหนึ่งที่พระองค์ตรัสถึงความไม่ตายว่าภิกษุทั้งหลาย ! ก็เมื่อเราเป็นผู้มี...
ความเกิด
ความแก่
ความเจ็บ
ความตาย
...เป็นธรรมดาด้วยตน

ก็รู้จักสิ่งที่มี...
ความเกิด
ความแก่
ความเจ็บ
ความตาย
...เป็นธรรมดา

ครั้นรู้แล้วจึงได้แสวงหานิพพานอัน...
ไม่เกิด
ไม่แก่
ไม่เจ็บ
ไม่ตาย
...เป็นธรรมดา
อันไม่มีสิ่งอื่นยิ่งไปกว่า
อันเกษมจากโยคธรรม

เราก็ได้บรรลุพระนิพพานนั้น

อนึ่ง ปัญญาเครื่องรู้เครื่องเห็นได้เกิดแก่เราว่า
ความหลุดพ้นของเราไม่กลับกำเริบ การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพเป็นที่เกิดใหม่มิได้มีอีก ดังนี้

นั่นหมายความว่า การตายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกับการเกิด และ
นั่นหมายความว่า ไม่มีความตายอีกต่อไป เหตุเพราะการเกิดไม่มีอีกแล้ว

แต่ก็นั่นแหละ แผ่นดินจะไหวหรือไม่ ไม่สำคัญเท่า ความตายที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

แล้วเราจะรอให้ถึงวันนั้น โดยไม่เตรียมตัวตาย ตายอย่างมีสติบ้างเลยหรือ ?

ติดตามอ่านงาน ตายอย่างมีสติ ได้เร็ว ๆ นี้


รวบรวมและเรียบเรียง
หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอ สง่า

ขึ้น
13-14 ค่ำ เดือน หก

edit @ 30 Apr 2010 15:34:57 by บลู เลอสง่า

Comment

Comment:

Tweet

พี่ katak - ถ้าดีจริงอย่างที่ว่า ก็ชวนมาเล่าเรียน ปฏิบัติตาม และเผยแผ่พุทธวจนะกันนะครับHot!

เท่าที่ผ่านมา ก็พยายามอธิบาย พุทธวจนะ ด้วย พุทธวจนะ คำอธิบายอื่น ๆ ของผมมิใช่ พุทธวจนะ เพราะฉะนั้นอ่านแล้วทิ้งไปก็ได้ ที่เก็บไว้เอาเฉพาะ คำพูดของพระองค์ นั่นก็คือ พุทธวจนะครับ

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
แรม 12 ค่ำ เดือน 6

#2 By บลู เลอสง่า on 2010-05-10 14:41

ได้ข้อคิดดีๆจังค่ะ
ชอบวิธีการอธิบายธรรมมะแบบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
---------
ไปติดตามชมการเดินทางต่อด้วยนะคะconfused smile

#1 By katak on 2010-05-09 09:37