ปาฏิหาริย์แห่งพุทธวจนะ = สังคายนา 3 เสาหลักแห่งพระ (พุทธ) ศาสนา
 

 



ขึ้นชื่อว่าสิ่งมีชีวิตแล้ว จะสัตว์หรือมนุษย์ก็ตาม เมื่อบังเกิดขึ้น ล้วนแต่มีความตายเป็นที่ไปถึงเบื้องหน้าทั้งนั้น

 

และหากความตาย คือ ที่สุดของทุกชีวิต ข้อสรุปที่ว่า ความกลัว(ต่อความ)ตาย ก็เป็นความกลัวอันสูงสุดของสัตว์และมนุษย์ ก็ไม่น่าจะผิดไปจากความเป็นจริง

 

เมื่อใด ความตาย เกิดขึน เมื่อนั้น ชีวิต ก็ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป

 

ชีวิต ส่วนที่เป็นองค์ประกอบ คือ รูป(ศพ) ก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติ ในฐานะธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม

 

ทิ้งส่วนที่เป็นองค์ประกอบ คือ วิญญาณ ให้ไปสู่คติ (ที่เป็นที่ไป) ตามอำนาจของอารมณ์ (แห่งกาม) ซึ่งบุคคลใคร่อยู่ ณ ขณะลมหายใจเข้า-ออก ครั้งสุดท้ายของชีวิต

(ตามอ่านเริ่องความตายเพิ่มเติมได้ใน ความปรารถนาก่อนสุดท้าย ขอ...ตายอย่างมีสติ คลิกที่นี่ http://www.oknation.net/blog/poetguide/2010/05/14/entry-1 )

 

ณ ขณะนั้นเอง ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการทำศึกเพื่อชิงภพ (สถานที่เกิดของวิญญาณ) คือ มนุษย์และเทวดาในนามสุคติ แทนการถูกจองจำในนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรติวิสัยในนามทุคติ ซึ่งมีแต่ความทารุณ เจ็บปวด และอันตราย ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้แก่ภิกษุทั้งหลาย


ภิกษุทั้งหลาย ! เราไม่มองเห็นการจองจำอื่นแม้อย่างเดียวที่...
ทารุณ

เจ็บปวด
เป็นอันตราย อย่างนี้

 

ต่อการบรรลุโยคักเขมธรรมอันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
เหมือนการถูกจองจำใน...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
อย่างนี้

 

...ในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาตนั้น
ไม่มีธัมมจริยา
ไม่มีสมจริยา
ไม่มีกุสลกิริยา
ไม่มีบุญญกิริยา

 

มีแต่การเคี้ยวกินซึ่งกันและกัน

 

ภิกษุทั้งหลาย ! การที่สัตว์มีกำลังมากกว่าเคี้ยวกินสัตว์ที่มีกำลังน้อยกว่า ย่อม...
เป็นไป

เป็นธรรมดา ในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาต

 

เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้ ภายใต้ห่วงโซ่อาหาร สัตว์มีกำลังมากจึงเคี้ยวกินสัตว์มีกำลังน้อย(เป็นอาหาร) และขณะเดียวกัน มันก็อาจถูกเคี้ยวกิน(เป็นอาหาร) ด้วยสัตว์มีกำลังมากกว่า นี่แหละคือ ความกลัว(ต่อความ) ตาย ของหมู่สัตว์

 

และถึงที่สุด ของความกลัวนั้น ก็จักมีความกล้า(ซ่อน) อยู่ภายใน คือ กล้าที่จะพึ่งพา ธรรมชาติเพื่อคลายความกลัวที่มีอยู่ เช่นเดียวกันกับมนุษย์ซึ่งมีความกลัวคุกคาม ก็อาศัยสิ่งซึ่งไม่ต่างจากสัตว์ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้

 

...มนุษย์ทั้งหลายเป็นอันมาก ถูกความกลัวคุกคามเอาแล้วย่อมถือเอา...
ภูเขา
ป่าไม้ศักดิ์สิทธิ์
สวนศักดิ์สิทธิ์

รุกขเจดีย์ บ้าง ว่าเป็นที่พึ่งของตน ๆ

 

นั่นไม่ใช่...
ที่พึ่งอันทำความเกษมให้ได้เลย

ที่พึ่งอันสูงสุด

 

ผู้ใดถือเอาสิ่งนั้น ๆ เป็นที่พึ่งแล้ว ย่อมไม่หลุดพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวงได้

 

นั่นหมายความว่า โดยสภาพแล้วทั้งสัตว์และมนุษย์ต่างก็อาศัยธรรมชาติทำลายความกลัวที่มีอยู่ภายในให้หมดสิ้นไป แต่ทว่า ธรรมชาติ คือ
ภูเขา
ป่าไม้ศักดิ์สิทธิ์
สวนศักดิ์สิทธิ์

รุกขเจดีย์ ไม่ใช่ที่พึ่งอันสูงสุดของมนุษย์ หากแต่เป็นที่พึ่งอันสูงสุดแก่หมู่สัตว์ทั้งหลาย

 

ถ้าอย่างนั้นที่พึ่งอันสูงสุดของมนุษย์ คืออะไร

 

...ส่วนผู้ใดที่ถึง
พระพุทธ
พระธรรม
พระสงฆ์
เป็นที่พึ่ง แล้วเห็นอริยสัจทั้งสี่ด้วยปัญญาอันถูกต้อง คือ
เห็น...
ทุกข์

เหตุเป็นเครื่องให้เกิดขึ้นของทุกข์
ความก้าวล่วงเสียได้ซึ่งทุกข์
และ
มรรคประกอบด้วยองค์แปดอันประเสริฐ ซึ่งเป็นเครื่องให้ถึงความเข้าไปสงบรำงับแห่งทุกข์

 

นั่นแหละคือ...
ที่พึ่งอันเกษม

ที่พึ่งอันสูงสุด

 

ผู้ใดถือเอาที่พึ่งนั้นแล้ว ย่อมหลุดพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวงได้แท้

 

กล่าวอย่างสั้นที่สุด ที่พึ่งอันสูงสุดของมนุษย์ ก็คือ พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ นี่เอง

 

แต่ทว่า ณ ปัจจุบัน พระพุทธ (พระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ไม่มีตัวตนอีกแล้วในโลก

 

ดังนั้น ในสมัยพุทธกาล ก่อนที่จะปรินิพพาน พระองค์จึงตรัสโอวาทสำคัญไว้แก่พระอานนท์

 

อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า

ธรรมวินัยของ...
พวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปแล้ว

พวกเราไม่มีพระศาสดา ดังนี้


อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดดังนั้น


อานนท์ !
ธรรม
วินัย
ก็ดี

ที่เรา...
แสดง
บัญญัติ
แล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย

ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา

 

นั่นหมายความว่า ธรรมและวินัย ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงและบัญญัติไว้ ก็คือ สิ่งเทียมพระพุทธ ! ที่ยังคงมีตัวตนอยู่ในปัจจุบัน

 

ไม่ใช่ พระพุทธรูป ที่ประดิษฐาน ณ วัดนั้น นี้ โน้น ดังที่เข้าใจกัน

 

เพราะฉะนั้น การถึงพระพุทธรูปเป็นที่พึ่งด้วยการกราบและอ้อนวอนขอ จึงเป็นคนละสิ่งอย่างกับ การถึงพระพุทธเป็นที่พึ่งด้วยความเลื่อมใสอันหยั่งลงมั่น ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่พระมหานาม

 

มหานาม ! เธอพึงตามระลึกถึงตถาคตว่า

แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็น...
ผู้ไกลจากกิเลส
ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
ผู้ไปแล้ว