แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ก็ยังคงความสำคัญในฐานะ ของจำเป็น(พื้นฐาน) ที่มนุษย์แต่ละคนก้มหน้าก้มตาแสวงหามัน บ้างก็เพื่อความอยู่รอดของหลายชีวิตในครอบครัว บ้างก็เพื่อการสะสมเป็น Option ในฐานะส่วนเกินของชีวิต ทว่า ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกันที่แสวงหามันเพื่อหยิบยื่น ของจำเป็น เช่นว่านั้น ให้กับคนอื่น

สำหรับฆราวาสอย่างเรา ๆ ท่าน ทั้งอุบาสก อุบาสิกา ผู้บริโภคกามก็ดี ถือพรหมจรรย์ก็ดี นอกจากปัจจัย 4 ที่เป็นเสมือนเครื่องวัด “คุณภาพชีวิต” เบื้องต้นแล้ว ปัจจัยที่ 5,6,7,8,... ซึ่งเกิดขึ้นตามลำดับความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์ ก็ยังคงต้องอาศัยเงินในฐานะปัจจัยที่ 0 โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกแห่งทุนนิยมนี้ อาศัยเพื่อเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งผล คือ ของจำเป็น และของที่ต้องการมากไปกว่านั้น

นั่นหมายความว่า การได้มาซึ่งปัจจัย 4 และปัจจัยที่ 5,6,7,8 ไปจนถึงปัจจัยที่ Infinity อย่างน้อยที่สุด หากไม่ได้มันมาอย่าง “ของฟรี” ก็ต้องมีเงินเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ

โดยฐานะแล้วเงินจึงถือเป็น พระเจ้าของฆราวาสอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากมันสามารถบันดาลทุกสิ่งอย่างในโลกแห่งวัตถุได้เกือบทั้งหมดเสียจริง

นอกจาก ฆราวาส จะอาศัยปัจจัย 4 เพื่อความอยู่รอดของชีวิตแล้ว สมณะก็อาศัยปัจจัย คือ นิสสัย 4 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ (เบื้องต้น) อย่างเดียวกัน ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เราอนุญาตให้ผู้ทำการให้อุปสมบท พึงบอกนิสสัยสี่ (แก่ผู้อุปสมบทแล้ว) ดังนี้ว่า

การบรรพชา อาศัยการบริโภคคำข้าวที่หาได้ด้วยกำลังปลีแข้ง
เธอพึงทำความอุตสาหะในสิ่งนั้น ตลอดชีวิต

ลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษที่พึงรับได้ คือ
การนิมนต์เพื่อฉันอาหาร
อาหารที่ถวายสงฆ์
อาหารที่เฉพาะสงฆ์
อาหารที่ถวายตามสลาก
อาหารที่ถวายในปักษ์
อาหารที่ถวายในวันอุโบสถ และ
อาหารที่ถวายในวันขึ้นหรือแรมหนึ่งค่ำ

การบรรพชา อาศัย (การนุ่งห่ม) ผ้าบังสุกุลจีวร
เธอพึงทำความอุตสาหะในสิ่งนั้น ตลอดชีวิต

ลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษที่พึงรับได้ คือ
ผ้าเปลือกไม้
ผ้าฝ้าย
ผ้าไหม
ผ้าขนสัตว์
ผ้าป่าน และ
ผ้าแกมกันหลายอย่าง

การบรรพชา อาศัยโคนต้นไม้เป็นที่อยู่อาศัย
เธอพึงทำความอุตสาหะในสิ่งนั้น ตลอดชีวิต

ลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษที่พึงรับได้ คือ
วิหาร
เรือนมุงแถบเดียว
เรือนชั้น
เรือนโล้น และ
ถ้ำ

การบรรพชา อาศัยยาอันประกอบขึ้นด้วยมูตรเน่า
เธอพึงทำความอุตสาหะในสิ่งนั้น ตลอดชีวิต

ลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษที่พึงรับได้ คือ
เนยใส
เนยข้น
น้ำมัน
น้ำผึ้ง และ
น้ำอ้อย ดังนี้

บาลี พระพุทธภาษิต
มหาขันธกะ มหา.วิ. ๔/๑๐๖/๘๗

จาก พุทธวจนะบทดังกล่าว เราจึงสามารถแยก ปัจจัยเครื่องอาศัยของพระสงฆ์ในฐานะลาภด้วยบริกขาร คือ        จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริกขารทั้งหลาย ออกจาก ของที่พระสงฆ์พึงรับได้ในฐานะลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษ 

ซึ่งในส่วนของลาภด้วยบริกขาร คือ จีวร บิณฑบาต และเสนาสนะนั้น พระสงฆ์จะต้องเป็นผู้สันโดษและสรรเสริญความสันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต และเสนาสนะ ตามมีตามได้ ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
อริยวงศ์ (ธรรมที่เป็นเชื้อสายของพระอริยเจ้า) สี่อย่างเหล่านี้ปรากฏว่า

เป็นธรรมอันเลิศ ยั่งยืน
เป็นแบบแผนมาแต่ก่อน
ไม่ถูกทอดทิ้งแล้ว
ไม่เคยถูกทอดทิ้งเลย
ไม่ถูกทอดทิ้งอยู่
จักไม่ถูกทอดทิ้ง
เป็นธรรมอันสมณพราหมณ์ทั้งหลายที่เป็นผู้รู้ไม่คัดค้านแล้ว

อริยวงศ์สี่อย่างอะไรบ้างเล่า ?
สี่อย่าง คือ

ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้สันโดษด้วย...
จีวร
บิณฑบาต
เสนาสนะ ตามมีตามได้
และ

เป็นผู้สรรเสริญความสันโดษด้วย...
จีวร
บิณฑบาต
เสนาสนะ ตามมีตามได้

ไม่ทำอเนสนา (การแสวงหาไม่สมควร) เพราะ...
จีวร
บิณฑบาต
เสนาสนะ
เป็นเหตุ 

ไม่ได้...
จีวร
บิณฑบาต
เสนาสนะ
ก็ไม่ทุรนทุราย


ได้...
จีวร
บิณฑบาต
เสนาสนะ
แล้ว ก็ไม่ยินดีเมาหมกพัวพัน

เห็นส่วนที่เป็นโทษแห่งสังสารวัฏฏ์
มีปัญญาในอุบายที่จะถอนตัวออกอยู่เสมอ

นุ่งห่มจีวร
บริโภคบิณฑบาต
ใช้สอยเสนาสนะ นั้น

อนึ่ง
ไม่ยกตน
ไม่ข่มผู้อื่น เพราะความสันโดษด้วย...
จีวร
บิณฑบาต

เสนาสนะ ตามมีตามได้นั้น

ก็ภิกษุใด...
เป็นผู้ฉลาด
ไม่เกียจคร้าน

มีสัมปชัญญะ
มีสติมั่นในความสันโดษด้วย...
จีวร
บิณฑบาต
เสนาสนะ ตามมีตามได้นั้น เราเรียกภิกษุนี้ว่า

ผู้สถิตอยู่ในอริยวงศ์ อันปรากฏว่าเป็นธรรมเลิศมาแต่เก่าก่อน
...
ภิกษุทั้งหลาย !
อริยวงศ์สี่อย่างเหล่านี้แล ปรากฏว่า

เป็นธรรมเลิศ ยั่งยืน
เป็นแบบแผนมาแต่เก่าก่อน
ไม่ถูกทอดทิ้งแล้ว
ไม่เคยถูกทอดทิ้งเลย
ไม่ถูกทอดทิ้งอยู่
จักไม่ถูกทอดทิ้ง
เป็นธรรมอันสมณพราหมณ์ทั้งหลายที่เป็นผู้รู้ไม่คัดค้านแล้ว
 

ภิกษุทั้งหลาย !
ก็แลภิกษุผู้ประกอบพร้อมแล้วด้วยอริยวงศ์สี่อย่างเหล่านี้แม้หากอยู่ใน...
ทิศตะวันออก
ทิศตะวันตก
ทิศเหนือ
ทิศใต้
 

เธอย่อมย่ำยีความไม่ยินดีเสียได้ข้างเดียว ความไม่ยินดีหาย่ำยีเธอได้ไม่

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอะไร ?
เพราะเหตุว่า ภิกษุผู้มีปัญญา ย่อมเป็นผู้ย่ำยีเสียได้ ทั้งความไม่ยินดีและความยินดี ดังนี้

บาลี พระพุทธภาษิต
จตุกฺก. อํ. ๒๑/๓๕/๒๘

ส่วนลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษ และพระสงฆ์พึงรับได้ โดยหลักพุทธวจนะแล้ว ภิกษุผู้ที่น่ารัก น่าพอใจ น่าเคารพ         น่าสรรเสริญของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ จักต้องเป็นผู้ไม่ต้องการ “ลาภ” ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุ เมื่อประกอบด้วยธรรมเจ็ดอย่างแล้ว ย่อมเป็นผู้ที่...
น่ารัก
น่าพอใจ
น่าเคารพ
น่าสรรเสริญ
ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน


ธรรมเจ็ดอย่างอะไรบ้างเล่า ?
เจ็ดอย่าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้


(๑) เป็นผู้ไม่ต้องการลาภ
...

ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุ เมื่อประกอบด้วยธรรมเจ็ดอย่างเหล่านี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ที่...

น่ารัก
น่าพอใจ
น่าเคารพ
น่าสรรเสริญ
ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกันแล

บาลี พระพุทธภาษิต
สตฺตก. อํ. ๒๓/๑/๑

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสว่า


ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุ เมื่อประกอบด้วยธรรมแปดอย่างแล้ว ย่อมเป็นผู้ที่...
น่ารัก
น่าพอใจ
น่าเคารพ
น่าสรรเสริญ
ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน

ธรรมแปดอย่างอะไรบ้างเล่า ?
แปดอย่าง คือ

(๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ต้องการลาภ
...


ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุ เมื่อประกอบด้วยธรรมแปดอย่างเหล่านี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ที่...
น่ารัก
น่าพอใจ
น่าเคารพ
น่าสรรเสริญ
ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกันแล


บาลี พระพุทธภาษิต
อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๑๕๘/๙๔

แต่กระนั้น หากภิกษุรับลาภที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษมาแล้ว ภิกษุที่ดีพึงทำตนให้เหนือ ลาภและความเสื่อมลาภ ที่เกิดขึ้นดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุที่ดี...
พึงทำตนให้อยู่เหนือ...
ลาภ
ความเสื่อมลาภ
ที่เกิดขึ้น

...

ภิกษุทั้งหลาย !
เพราะอาศัยอำนาจแห่งประโยชน์อะไร จึงต้องทำเช่นนั้น ?

เพราะว่า เมื่อภิกษุไม่ทำเช่นนั้น
อาสวะทั้งหลายที่เป็นเครื่องทำลายล้างและทำความเร่าร้อน จะพึงเกิดขึ้นแก่เธอ

แต่เมื่อภิกษุทำตนให้อยู่เหนือ...
ลาภ
ความเสื่อมลาภ
(เป็นต้น) ที่เกิดขึ้นหรือมีมาแล้ว

อาสวะทั้งหลายที่เป็นเครื่องทำลายล้างและทำความเร่าร้อนย่อมไม่เกิดแก่เธอได้