...อะเงิน ไปเอามันออก...
...แกจะปล่อยมารหัวขนนี่ไว้ทำไมเนี้ย อนาคตยังอีกยาวไกลนะเว้ย คิดดี ๆ...
...คนไม่เป็นเหมือนแก ไม่รู้หรอกว่า มันทรมานแค่ไหน ชั้นเข้าใจดี เพราะชั้นก็ผ่านมาแล้ว ไปรีดออกเถอะ...
...ยังไงก็พลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำ ๆ ไป อย่าไปคิดอะไรมาก ในเมื่อมันจำเป็น...

ใครจะคิดอย่างไร กับความเห็นเหล่านี้ ก็สุดแท้แต่ สำหรับตัวเอง หงุดหงิดใจ เป็นที่สุด

เพราะแต่ไหนแต่ไร เมื่อมีการยกประเด็นเรื่อง การทำแท้ง ขึ้นถกกัน ผมมักจะเป็นฝ่ายข้างน้อยที่ลงความเห็นในทางปฏิเสธ โดยอ้างเหตุผลแค่ศีลข้อที่ 1 จากศีลทั้งหมด 5 ข้อ

และแม้ว่า จะโดนโน้มน้าวด้วยการให้เหตุผลแบบโลก ๆ มากมายขนาดไหน ผมก็ยังยืนกรานอย่างหัวดื้อในความเห็นของตัวเองเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ยิ่งเล่าเรียนพุทธวจนะ ก็ยิ่งมีความเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีกว่า

ความจำเป็นต่าง ๆ นานา หาใช่เหตุผลที่ทรงคุณค่าเพียงพอที่ชีวิตหนึ่งซึ่งอาจจะผ่านความผิดพลาดใด ๆ มาก็ตาม มีสิทธิเลือก ความตาย ให้กับอีกชีวิตหนึ่ง ซึ่งกำลังจะคลอดออกมาลืมตาดูโลก แต่ทว่าตายเสียก่อน

และด้วยเหตุที่ชีวิตในครรภ์มารดานี้ มิใช่กำเนิดเดรัจฉาน ทว่าเป็นมนุษย์ ก็ยิ่งต้องใคร่ครวญพิจารณาให้หนักขึ้นอีกหลายเท่า เพราะการเกิดเป็นมนุษย์ มิใช่เรื่องง่าย อย่างการเกิดเป็นสัตว์เหล่าอื่น ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร

ฝุ่นนิดหนึ่งที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้ กับมหาปฐพีนั้น ข้างไหนจะมากกว่ากัน ?

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดินที่มากกว่า
ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้ เป็นของมีประมาณน้อย

ฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพี ย่อม...
ไม่ถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้
ไม่เข้าถึงแม้ซึ่งกะละภาค (ส่วนเสี้ยว)

ภิกษุทั้งหลย !
อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น

สัตว์ที่เกิดกลับมาสู่หมู่มนุษย์ มีน้อย
สัตว์ที่เกิดกลับเป็นอย่างอื่นจากหมู่มนุษย์ มีมากกว่าโดยแท้
 

ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้น เพราะความที่สัตว์เหล่านั้นไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่
...

มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๗๘/๑๗๕๗

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
สมมติว่ามหาปฐพีอันใหญ่หลวงนี้ มีน้ำทั่วถึงเป็นอันเดียวกันทั้งหมด

 

บุรุษคนหนึ่งทิ้งแอก(ไม้ไผ่ !) ซึ่งมีรูเจาะได้เพียงรูเดียว ลงไปในน้ำนั้น

ลมตะวันออกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันตก
ลมตะวันตกพัดให้ลอยไปทางทิศตะวันออก
ลมทิศเหนือพัดให้ลอยไปทางทิศใต้
ลมทิศใต้พัดให้ลอยไปทางทิศเหนือ

อยู่ดังนี้

 

ในน้ำนั้นมีเต่าตัวหนึ่งตาบอด ล่วงไปร้อย ๆ ปีมันจะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๆ

 

ภิกษุทั้งหลาย !
เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร

จะเป็นไปได้ไหมที่เต่าตาบอด ร้อยปีจึงจะผุดขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรู ซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น ?

 

ข้อนี้ ยากที่จะเป็นไปได้ พระเจ้าข้า !
ที่เต่าตาบอดนั้นร้อยปีผุดขึ้นเพียงครั้งเดียว
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรู ซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น

 

ภิกษุทั้งหลาย !
ยากที่จะเป็นไปได้ฉันเดียวกันที่...

ใคร ๆ จะพึงได้ความเป็นมนุษย์
ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะจะเกิดขึ้นใน
ธรรมวินัยอันตถาคตประกาศแล้วจะรุ่งเรืองไปทั่วโลก

มหาวาร. ส°. ๑๙/๕๖๘/๑๗๔๔ 

 

และโดยอุปมาทำนองเดียวกัน ก็สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

 

ภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนบุรุษทิ้งแอก (ไม้ไผ่ ?) ซึ่งมีรูอยู่เพียงรูเดียว ลงไปในมหาสมุทร

 

ในมหาสมุทรนั้น มีเต่าตาบอดตัวหนึ่ง ล่วงไปร้อยปี ๆ จะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๆ

 

ภิกษุทั้งหลาย !
เธอจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร
จะเป็นไปได้ไหม ที่เต่าตาบอดตัวนั้น ล่วงไปร้อยปี ๆ จึงผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ๆ
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรูซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น ?

 

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ข้อนั้นจะเป็นไปได้บ้าง ก็ต่อเมื่อล่วงกาลนานยาวในบางคราว

 

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อที่ เต่าตาบอด ตัวนั้น ล่วงไปร้อยปี ๆ จึงผุดขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง ๆ
จะพึงยื่นคอเข้าไปในรูซึ่งมีอยู่เพียงรูเดียวในแอกนั้น

 

ยังจะเร็วเสียกว่า การที่คนพาลซึ่งเข้าถึงการเกิดเป็นวินิบาตแล้ว จักได้ความเป็นมนุษย์สักครั้งหนึ่ง

 

ข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้นเพราะเหตุว่าในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาตนั้น…
ไม่มี...
ธัมมจริยา
สมจริยา
กุสลกิริยา
บุญญกิริยา
มีแต่การเคี้ยวกินซึ่งกันและกัน  

ภิกษุทั้งหลาย !
การที่สัตว์มีกำลังมากกว่าเคี้ยวสัตว์ที่มีกำลังน้อยกว่า
ย่อมเป็นไป เป็นธรรมดาในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาตนั้น

 

ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้น เพราะความที่ไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่
...

มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๖๘/๑๗๔๓

นั่นเป็นเพราะความที่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งได้แก่ สัตว์นรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย ไม่สามารถเห็นอริยสัจทั้ง 4 ด้วยปัญญาอันถูกต้อง จนสามารถหลุดพ้นออกไปจากสังสารวัฏฏ์ได้เหมือนอย่าง เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
 
แล้วจะเหลือเหตุผลใด ๆ ในการอ้าง ความจำเป็น เพื่อฆ่าชีวิตมนุษย์ที่เกิดใหม่ อีกละหรือ ?

เพราะแม้กระทั่งสิกขาบทในพระปาฏิโมกข์ การฆ่ามนุษย์ ก็ถือเป็นอาบัติที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขนาดที่เป็นเหตุให้พระสงฆ์ขาดซึ่งความเป็นสมณะไปโดยปริยาย ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสว่า

โย ปะนะ ภิกขุ สัญจิจจะ มะนุสสะวิคคะหัง ชีวิตา.....

 

อนึ่ง ภิกษุใด...
จงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือ
แสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือ
พรรณนาคุณแห่งความตาย หรือ
ชักชวนเพื่ออันตาย

ด้วยคำว่า
แน่ะนายผู้เป็นชายจะประโยชน์อะไรแก่ท่าน
ด้วยชีวิตอันแสนลำบาก ยากแค้นนี้
ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ดังนี้

เธอ...
มีจิตอย่างนี้
มีใจอย่างนี้
มีความหมายหลายอย่าง อย่างนี้

พรรณนาคุณในความตายก็ดี
ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี

โดยหลายนัย แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้

ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับศีลข้อที่ 1 ในศีลทั้ง 5 ข้อ อย่างที่ผมเคยอ้าง

(ปาณาติปาตา เวรมณี...)
เธอนั้น

ละปาณาติบาต
เว้นขาดจากปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์)

วางท่อนไม้และศัสตราเสียแล้ว
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดูกรุณา
หวังประโยชน์เกื้อกูลในบรรดาสัตว์ทั้งหลายอยู่

สี. ที. ๙/๘๓/๑๐๓

และการกระทำปาณาติบาต จะสำเร็จลงก็ต่อเมื่อ สัตว์มีการปฏิสนธิ ซึ่งการปฏิสนธินั้นก็ต้องเกิดขึ้นจากการประชุมพร้อมกันของสิ่ง ๓ อย่าง ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
การปฏิสนธิของสัตว์ในครรภ์
ย่อมมีได้เพราะการประชุมพร้อมของสิ่ง ๓ อย่าง

ในสัตว์โลกนี้
แม้มารดาและบิดาเป็นผู้อยู่ร่วมกัน
แต่มารดายังไม่ผ่านการมีระดู และ
คันธัพพะ (สัตว์ที่จะเข้าไปปฏิสนธิในครรภ์นั้น) ก็ยังไม่เข้าไปตั้งอยู่โดยเฉพาะด้วย

การปฏิสนธิของสัตว์ในครรภ์ ก็ยังมีขึ้นไม่ได้ก่อน

ในสัตว์โลกนี้
แม้มารดาและบิดาเป็นผู้อยู่ร่วมกัน และ
มารดาก็ผ่านการมีระดู
แต่คันธัพพะยังไม่เข้าไปตั้งอยู่โดยเฉพาะ

การปฏิสนธิของสัตว์ในครรภ์ก็ยังมีขึ้นไม่ได้นั่นเอง

ภิกษุทั้งหลาย !
แต่เมื่อใด
มารดาและบิดาเป็นผู้อยู่ร่วมกันด้วย
มารดาก็ผ่านการมีระดูด้วย
คันธัพพะก็เข้าไปตั้งอยู่โดยเฉพาะด้วย

การปฏิสนธิของสัตว์ในครรภ์ย่อมสำเร็จได้
เพราะการประชุมพร้อมกันของสิ่ง ๓ อย่าง
ด้วยอาการอย่างนี้

มู. ม. ๑๒/๔๘๗-๔๘๘/๔๕๒-๔๕๓

ประเด็นจึงอยู่ที่ ณ ขณะทำแท้ง มีการเข้าไปตั้งอาศัยอยู่โดยเฉพาะของคันธัพพะแล้วหรือไม่ ซึ่งหากวิญญาณ (สัตว์ที่จะเข้าไปปฏิสนธิในครรภ์นั้น) มีที่ตั้งอาศัยในนามรูปแล้ว ทุกข์ ได้แก่ ชาติ ชรา มรณะ ก็จักเกิดขึ้นตามลำดับ

เราจึงเรียกเวลา ณ ขณะนั้นได้ว่า เวลาที่เกิดการปฏิสนธิของสัตว์ ดังพุทธวจนะโดยนัยยะตรงข้ามที่พระศาสดาตรัสแก่พระอานนท์

อานนท์ !
ก็คำนี้ว่า

วิญญาณมี เพราะปัจจัยคือนามรูป ดังนี้
เช่นนี้แล เป็นคำที่เรากล่าวแล้ว

ดูก่อนอานนท์ !
ความข้อนี้ เธอต้องทราบอธิบายโดยปริยายดังต่อไปนี้ที่ตรงกับหัวข้อที่เรากล่าวไว้แล้วว่า

วิญญาณมี เพราะปัจจัยคือนามรูป

อานนท์ !
ถ้าหากว่าวิญญาณ จักไม่ได้มีที่ตั้งที่อาศัยในนามรูป แล้วไซร้
ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์ คือ ชาติ ชรา มรณะ ต่อไป จะมีขึ้นมาให้เห็นได้ไหม ?

ข้อนั้น หามิได้พระเจ้าข้า !

อานนท์ !
เพราะเหตุนั้นแหละ ในเรื่องนี้
นั่นแหละ คือ เหตุ
นั่นแหละ คือ นิทาน

นั่นแหละ คือ สมุทัย
นั่นแหละ คือ ปัจจัยของวิญญาณ นั่นคือ นามรูป

อานนท์ !
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ สัตว์โลก
จึงเกิดบ้าง
จึงแก่บ้าง
จึงตายบ้าง
จึงจุติบ้าง
จึงอุบัติบ้าง

มหา. ที. ๑๐/๖๗/๕๘

กล่าวอย่างสั้นที่สุด เวลาที่เกิดการปฏิสนธิของสัตว์ เป็นเวลาเริ่มต้นของการทำแท้ง เพราะชีวิตมีการเกิดขึ้นแล้ว ก็คงไม่ผิด

สอดคล้องกับนัยยะตรงข้ามที่พระศาสดาตรัสถึงการบังเกิดขึ้นของนามรูป เพราะเหตุที่วิญญาณก้าวลงในท้องแห้งมารดาแล้ว ไม่สลายไป ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่พระอานนท์

อานนท์ !
ถ้าหากว่าวิญญาณก้าวลงในท้องแห่งมารดาแล้ว จักสลายลงเสียแล้วไซร้
นามรูป จักบังเกิดขึ้นเพื่อความเป็นอย่างนี้ได้ไหม ?

ข้อนั้น หามิได้พระเจ้าข้า !
...

มหา. ที. ๑๐/๖๗/๕๘

นั่นหมายความว่า เมื่อวิญญาณยังไม่ก้าวลงในท้องแห่งมารดา เมื่อนั้น นามรูปก็จะปรุงตัวเพื่อการปฏิสนธิไม่ได้ ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่พระอานนท์

อานนท์ !
ก็คำนี้ว่า

นามรูปมี เพราะปัจจัย คือ วิญญาณ ดังนี้
เช่นนี้แล เป็นคำที่เรากล่าวแล้ว

อานนท์ !
ความข้อนี้ เธอต้องทราบอธิบายโดยปริยายดังต่อไปนี้
ที่ตรงกับหัวข้อที่เรากล่าวไว้แล้วว่า

นามรูปมี เพราะปัจจัยคือวิญญาณ

อานนท์ !
ถ้าหากว่าวิญญาณจักไม่ก้าวลงในท้องแห่งมารดา แล้วไซร้
นามรูป จักปรุงตัวขึ้นมาในท้องแห่งมารดาได้ไหม ?

ข้อนั้น หามิได้พระเจ้าข้า !

มหา. ที. ๑๐/๖๗/๕๘

กล่าวอย่างสั้นที่สุด ขณะที่สัตว์เกิดปฏิสนธิในครรภ์มารดา ขณะนั้น เป็นเวลาเดียวกันกับเวลาเริ่มต้นแท้งเองโดยธรรมชาติด้วยเหมือนกัน

เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้ ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจจะคลี่คลายไปอย่างง่ายดาย ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อมต่อชีวิตที่เกิดใหม่ ก็ได้ ซึ่งโดยสถิติ มีจำนวนไม่น้อยคนที่ได้รับโอกาสเช่นว่านั้น หาต้องเลือกวิธีการทำแท้งหรือการรีดลูกอย่างทารุณโหดร้าย มิใช่หรือ

อย่าพึงถึงการสันนิษฐานโดยส่วนเดียวว่า อย่างนี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นเปล่า เลย แม้ว่าจะตริตรึกไปตามเหตุผลที่แวดล้อมมากมายขนาดไหนก็ตาม ชีวิตที่เกิดใหม่ ชีวิตนี้อาจจะมีคุณค่าต่อคนจำนวนมากมายในสังคมก็ได้ ลองปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็ไม่เสียหายอะไร ในเมื่ออนาคตอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดในปัจจุบัน

อีกนัยยะหนึ่ง หากพิจารณาโดยวิบากแห่งกรรม ชีวิตที่เกิดใหม่แล้วตายไปโดยการทำแท้งนี้ ก็ต้องรับวิบากแห่งกรรมชั่วที่เคยทำในชาติที่แล้ว ๆ มา ไปโดยทันควัน จากวิบากแห่งปาณาติบาตของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุด ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
ปาณาติบาต ที่...
เสพทั่วแล้ว
เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งปาณาติบาตของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อมีอายุสั้น

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

ขณะที่ผู้หญิง ตัวการร่วม ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนที่มีส่วนร่วมในการทำแท้ง จะโดยทางตรงหรืออ้อม ก็รอรับผลของการกระทำแห่งกรรม ในเวลาต่อมา หรือ ในเวลาต่อมาอีก ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าววิบากแห่งกรรมทั้งหลายว่ามีอยู่ ๓ อย่าง คือ

วิบากในทิฏฐธรรม (คือทันควัน) หรือว่า
วิบากในอุปะปัชชะ (คือในเวลาต่อมา) หรือว่า
วิบากในอปรปริยายะ (คือในเวลาต่อมาอีก)

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๕๘,๔๖๓ - ๔๖๔/๓๓๔

ทว่า อย่างน้อยที่สุด ก็รับไปซึ่ง วิบากในทิฏฐธรรม นั่นคือ ความเดือดร้อนใจ ติดตามไป ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสว่า

...
คนชั่วทำบาปกรรม รู้สึกแต่กรรมชั่วของตน

เสมือนคนยากจนกู้หนี้มาบริโภคอยู่ ย่อมเดือดร้อน

ความตริตรึกที่เกิดจากวิปฏิสาร อันเป็นเครื่องทรมานใจ
ย่อมติดตามเขา ทั้งในบ้านและในป่า
...

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๓๙๒/๓๑๖

จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด หากจะมีการติเตียน หรือคัดง้างด้วยความเห็นแบบโลก ๆ บ้าง ก็เห็นจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะความขัดกันของโลกกับธรรม คือ ความเป็นธรรมดาที่สุด ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เราย่อมไม่กล่าวขัดแย้งกะโลก
แต่โลกต่างหากย่อมกล่าวขัดแย้งต่อเรา

...

ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๖๙/๒๓๙

และแม้พระศาสดาจะตรัสไว้อย่างไร ก็ต้องเข้าใจว่า โลกมักจะหันเหไปในทางตรงกันข้ามเสมอ ๆ

อย่างน้อยที่สุด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๒ และ มาตรา ๓๐๕ ก็ดันไปรับรองและคุ้มครองการทำแท้งโดยที่สุดว่า ไม่มีความผิดทางโลก

ถึงกระนั้น ในเมื่อเป็นไปไม่ได้ที่ชีวิตที่เกิดใหม่นี้จะตายโดยปราศจากเจตนาฆ่า

อย่างไรเสียแล้ว ฆาตกรเหล่านั้น ก็ยังคงมีความผิดตามกฎแห่งเจตนา โดยหลีกเลี่ยงวิบากแห่งกรรมในครั้งที่ผ่านมานั้นไม่ได้อยู่ดี

นั่นแหละโลก
นี่แหละธรรม

รวบรวมและเรียบเรียง
หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
แรม 2-5 ค่ำ เดือน 12

ปล. งานชิ้นนี้เขียนขึ้นหลังจากเกิดโศกนาฏกรรมที่เป็นข่าว กรณีพบศพเด็กที่ตายเนื่องจากการทำแท้งจำนวนพัน ๆ ศพในประเทศไทย

หากงานเขียนอิงพุทธวจนะฉบับนี้ มีอานิสงส์อยู่บ้าง ข้าพเจ้าก็ขอแผ่ส่วนแห่งบุญและกุศลที่เกิดขึ้น ไปตลอดทิศทั้ง 4 แผ่ไปโดยความไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความเบียดเบียน แผ่ไปให้กับ ทุกชีวิตในครรภ์มารดาที่ตายเนื่องจากการทำแท้ง ตลอดโลกธาตุแห่งนี้

edit @ 26 Nov 2010 14:15:03 by บลู เลอสง่า
edit @ 26 Nov 2010 14:17:05 by บลู เลอสง่า

edit @ 26 Nov 2010 14:21:21 by บลู เลอสง่า

edit @ 9 Jan 2011 13:44:24 by บลู เลอสง่า

Comment

Comment:

Tweet

พี่ cesarmonsters - ยินดีที่รู้จักครับ ออกตัวก่อนนะครับว่า ผมมิได้รู้จักพระอาจารย์เป็นการส่วนตัว เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าศิษย์ใกล้ชิดท่านไม่ได้ครับ

แต่ก็เคยมีโอกาสถามคำถามพระอาจารย์บ้าง ทรงสุตะ สั่งสมสุตะและพยายามทรงจำความรู้จากการถ่ายทอด บอกสอนโดยพระอาจารย์มาก็ 1 ปีกว่า ๆ

ใช้เวลาใคร่ครวญ งานเขียนทุกชิ้นเพื่อเผยแผ่คำสอนของพระศาสดาออกไปในฐานะที่ คำสอนนั้นเป็นธรรมให้ผลไม่จำกัดกาล ทุกงานจึงใช้ความเห็นของตนเองให้น้อยที่สุด ความเห็นผมเป็นเพียงตัวนำเรื่องให้เห็นคุณค่าของคำสอนของพระศาสดาครับ

การอ่านงานเนี้ย ถ้าไม่อยากเจือสมความเห็นผม ก็ผ่านไปได้เลยครับ อ่านเอาแต่คำสอนอย่างเดียวก็ได้

สงสัยอะไรเข้ามาสอบถามไต่ถามกันได้ครับ เข้ามาบ่อย ๆ ได้เลยครับ ยินดีครับHot!

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า

#2 By บลู เลอสง่า on 2010-11-27 14:10

ผู้เดินตามพระตถาคต คือ ผู้เป็น(เพียง)กระบอกเสียงของพระองค์
เเละเดินตามมรรคใช่ไหมครับ
นี่ท่านศิษย์ใกล้ชิดท่าน คึกฤทธิ์ เเห่งวัดนาป่าพง ใช่ไหมครับ
ผมขอเก็บไว้ เดี๋ยวค่อยอ่านนะครับ นี่ดึกเเล้ว (NOW 4:14 PM) GOOD NIGHT ครับ

#1 By cesarmonsters on 2010-11-27 04:12